Understanding the law

Understanding the law

Start Case August 2, 2020
Processing

“The case of the landlord and its tenant”

Understanding the law

This case can teach all of us a bit of lesson regarding the law.

Jeng Peng is a three year old male dog that was raised within a gated compound. He is known to be submissive and obedient and loves staying home. So when his owner couldn’t find him anywhere she assumed someone had stolen him and desperately searched for him everywhere in which was not successful. Then a couple of days later, by accident she saw a post about him on Facebook.

So how did Jeng Peng end up so far away from home? Evidence showed that someone had either broken into her house and took Jeng Peng or someone who has a copy of her keys to the house went in and didn’t lock the door when he/she left the property letting Jeng Peng loose to the streets.

She knew that the latter is closer to the truth. Her landlord didn’t like her dogs and the fact that they had an argument a few days ago before Jeng Peng’s disappearance led her to finally deciding to cancel her leasing contract with her landlord and move to another place.

She went to Mae Ping Police station and submitted her memorandum of agreement with the landlord stating that she will only rent until the end of July after which she will move out.

Although the original contract is cancelled, according to the law, until the day she moves out, it’s still her private property. And anyone who comes in regardless of who they are without her permission is committing a crime of trespass. Which what her landlord did.

He broke into her house, made a new gate despite of her request of not doing it until she has moved out. His rejection and ignorance of the law led to the disappearance of Jeng Peng, three other dogs and the death of one more.

Because of his actions and the damages she had to suffer, she went to the police station and filed a complaint against her him. However, the police did not accept her complaint because according to them the landlord is the legal owner of the property and has the right to come in and out as he pleases.

Desperate for help, she contacted WDT and we instructed her to go back to the police station again, file the complaint and explain what the law says about trespassing (who the perpetrator and victim is) to both the police and landlord. This angered the landlord. He then called the police and told them to intimidate her to leaving his property.

Instead of working as a mediator, this was exactly what the police did. They intimidated her, forced her to leave the property, told her that she is the one who trespassed and she will be thrown to jail unless she finds to help her and she must also pay the landlord for the damages she caused him. This whole conversation was recorded by the tenant as evidence.

To the officials of Mae Ping police station, please do the right thing, mediate and help people. According to the law, those who suffer damages by the perpetrators are the victims and they are the ones should be compensated. So the question to the police is, who is the victim and the perpetrator in this case?

We are hoping that the authority will do the right thing.

 

 

ตำรวจสภ.แม่ปิงเชียงใหม่ขู่ผู้เช่าย้ายออกทันทีทั้งที่ผู้ให้เช่าบุกรุกและทำให้ผู้เช่าเสียทรัพย์

Watch Dog Thailand อยากให้เป็นบทเรียนและความเข้าใจกฎหมายทั้งตำรวจและประชาชนกันสักหน่อยสำหรับคดีนี้…คดีที่ว่าด้วยกฎหมายของผู้ให้เช่าและผู้เช่า

  • ผู้ให้เช่าไม่มีสิทธิที่จะเข้าไปภายในอสังหาริมทรัพย์ของผู้เช่า
  • ซึ่งผู้เช่าจะมีสิทธิในการครอบครองอยู่ในช่วงเวลาที่เช่า

หญิงสาวคนหนึ่งเช่าบ้านอยู่ เลี้ยงหมาไว้ในบ้านที่มีรั้วรอบขอบชิด และดูแลอย่างดี

ก่อนหน้านี้ น้องหมาชื่อ “เจ๋งเป้ง” ตัวผู้อายุสามปี ขี้กลัว ไม่ดุ ไม่เคยออกจากบ้าน หายออกไปจากบ้าน มีคนโพสต์ว่าพบเห็นตรงสี่แยกรวมโชค เจ้าของเห็นโพสตอนสายวันเสาร์ สันนิษฐานว่ามีคนขโมยอุ้มน้องไปปล่อย เพราะประมาณวันอาทิตย์ข้างบ้านตะโกนด่าเจ้าของเสียๆหายๆ ว่าหมาเห่าเสียงดัง โดยก่อนหน้านั้นมีการทะเลาะกันเรื่องรังเกียจหมา หลังจากนั้นน้องก็หายทางเจ้าของพยายามตามหาน้องตรงที่มีการแจ้งเบาะแส แต่ก็ไม่พบตัวน้องอีกเลยมีหลักฐานและผู้ต้องสงสัยครับวันน่าจะมีการบุกรุกเปิดประตูบ้านอุ้มน้องออกไปหรือปล่อยให้หมาออกไป และกำลังดำเนินการอยู่ ขณะดำเนินการ เจ้าของสุดทน ไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วจึงตกลงบอกเลิกการเช่าบ้านและจัดทำบันทึกข้อตกลงไว้ที่ สภ.แม่ปิง ว่าจะสิ้นสุดการเช่าและย้ายออกภายในสิ้นเดือนกรกฎาคม แต่ระหว่างนั้น เจ้าของบ้านบุกรุกเข้ามาทำประตูรั้วใหม่ ทั้งที่ผู้เช่าแจ้งว่า ขอออกก่อนแล้วค่อยทำประตูรั้ว แต่เจ้าของไม่ฟัง และยืนยันที่จะทำประตูรั้ว  เพราะว่าจะมีการเปิดประตูเข้าออก รื้อประตูเก่าออกโดยไม่มีอะไรปิดกั้น  อาจทำให้เกิดความเสียหาย น้องหมาของผู้เช่าหลุดออกนอกบ้าน ตกใจหายสาบสูญสามตัว  และกัดกันตายหนึ่งตัว !

เจ้าของหมาในฐานะผู้เช่า ไปแจ้งความเองครั้งแรก พนักงานสอบสวนไม่รับแจ้งความ บอกผู้เช่าผิดเองคนเป็นเจ้าของบ้านจะทำอะไรก็ได้ เพราะเป็นทรัพย์ของเขา

ดังนั้น WDT จึงประสานเจ้าของเข้า แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษอีกครั้ง ในข้อหาบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ต่อเจ้าของบ้าน ชี้แจงกฎหมายและสิทธิ์ของผู้เช่าและผู้ให้เช่าให้ตำรวจเข้าใจพร้อมความจำเป็นต้องอยู่ต่อ เพื่อติดตามหาน้องหมาที่หายไป พร้อมควรได้รับการชดใช้ค่าเสียหายอย่างถูกต้อง แต่เจ้าของบ้านรู้เรื่องก็ไม่พอใจ เรียกสายตรวจมาข่มขู่และขับไล่

โดยการมาของสายตรวจเมื่อวาน ไม่ได้มาเพื่อไกล่เกลี่ย แต่มาเพื่อบีบบังคับให้ดำเนินการย้ายออก ณ เวลานั้น และมาเพื่อต่อว่า โดยที่ไม่ฟังเหตุผลของผู้เช่าเลย และยัง แสดงออกด้วยภาษากาย ด้วยการข่มขู่และวางตัวไม่เป็นกลาง เอนเอียงไปกับทางเจ้าบ้านทั้งหมด เบ่ง กร่าง บอกไม่แน่จริง ไม่อยู่ในพื้นที่มาเป็น 20 ปี พร้อมแต่งกฎหมายใหม่ ว่าบุกรุกเป็นแพ่ง และกลายเป็นว่าผู้เช่าเป็นผู้บุกรุกซะเอง จะต้องติดคุกเสียค่าทนายมากมายและต้องจ่ายเป็นค่าเสียหายให้เจ้าของบ้าน

#เจ้าของหมาเจ้าของบ้านผู้เช่าบันทึกคลิปเสียงไว้เป็นพยานหลักฐานเรียบร้อยแล้ว

 

นี่คือกฏหมายว่าด้วยการเช่าและให้เช่าฉบับย่อ

สภ.แม่ปิง รบกวนอ่าน จะได้ดำเนินการมอบความยุติธรรมตามกรอบของกฎหมายให้กับประชาชนผู้เดือดร้อนเสียหายและหวังพึ่งการทำงานอย่างเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

 

  • ผู้ให้เช่าไม่มีสิทธิที่จะเข้าไปภายในอสังหาริมทรัพย์ของผู้เช่า
  • ซึ่งผู้เช่าจะมีสิทธิในการครอบครองอยู่ในช่วงเวลาที่เช่า

แม้ว่าจะขาดส่งค่าเช่าไปแล้วก็ตาม กรณีที่ผู้ให้เช่าเข้ามาในอสังหาฯ ที่ผู้เช่าครอบครองอยู่ โดยไม่ได้รับคำยินยอมจากผู้เช่า

โดยการปิดกั้น ใส่กุญแจไม่ให้ผู้เช่าเข้าไปในอสังหาฯ ที่เช่าอยู่

ในกรณีนี้แม้ว่าผู้ให้เช่าจะไม่ได้เข้าไปภายในอสังหาฯ ที่ผู้เช่าครอบครองอยู่ แต่ใช้วิธีการปิดกั้นด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การปิดคล้องกุญแจ การใช้บุคคลมาขัดขวาง เป็นต้น ไม่ให้ผู้เช่าสามารถเข้าไปภายในห้องเช่า บ้าน ที่ดิน อาคารพาณิชย์ซึ่งเช่าไว้ได้ ซึ่งผู้ให้เช่าไม่มีสิทธิที่จะกระทำการเช่นนี้แม้ว่าผู้เช่าจะติดค้างไม่จ่ายค่าเช่าก็ตาม ยกเว้นนอกจากมีการระบุใน สัญญาเช่า ให้สิทธิผู้ให้เช่าสามารถกระทำได้

จะเข้าข่ายการบุกรุก รบกวนการครอบครองอสังหาฯ ของผู้เช่า ซึ่งมีความผิดทางอาญา ตามมาตราที่ 362 คือโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมไปถึงความผิดฐานละเมิดทางแพ่ง ตามมาตรา 420

 

ติดตามค่ะ ต.วัดเกตุ อ.เมือง เชียงใหม่ อีกแล้วจ้าา

 

 

 

           

 

สนับสนุนการทำงานของ WDT | Support Foundation

$
Select Payment Method
Personal Info

Donation Total: $100.00 Monthly for 12 months